มีข่าวคลิป เตือนภัยร้ายจากแท็กซี่ จากหญิงสาวรายหนึ่งจากทางเฟสบุ๊ก เล่าถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองได้เจอกับตัวมาว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั่งแท็กซี่กลับบ้านในตอนกลางคืน เจอกับแท็กซี่พูดจาลวนลามและขอกัดหู โดยคนขับรถแท็กซี่ยังบอกด้วยว่าถ้าให้กัดหูจะจ่ายให้หญิงสาว 500 บาท แต่ด้วยหญิงสาวไม่ได้พูดจาต่อว่าคนขับแท็กซี่พยายามพูดดีด้วยเพื่อจะเอาตัวรอด เธอจึงลงจากรถได้อย่างปลอดภัย เมื่อกลับถึงบ้านจึงมีการแชร์คลิปเพื่อเตือนภัยให้กับเพื่อนในเฟสของเธอ

           ข่าวเกี่ยวกับคนขับรถแท็กซี่หื่น บังคับข่มขืนผู้โดยสาร หรือพูดจาลามกใส่ผู้โดยสาร หรือคิดเงินค่าโดยสารแพงจากความเป็นจริงมีให้เห็นกันบ่อยมาก ซึ่งคนขับแท็กซี่เหล่านั้น เมื่อถูกจับและมีการประกันตัวออกมา ก็กลับมายึดอาชีพขับรถแท็กซี่อีกแล้วก็มาก่อนเหตุเหมือนเดิมอีก หมุนเวียนเป็นแบบนี้เรื่อยมาก ได้มีประชาชนหลายคนออกมาเรียกร้องเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสารอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่กรมการขนส่งทางบกก็จะออกมาบอกว่าได้มีการปรับและมีการห้ามขับรถเป็นเวลา 1 เดือนหรือ 3 เดือน แต่เอาเข้าจริงๆ พวกนี้ไม่เคยรอตามที่ระบุไว้ก็สามารถกลับมาขับรถแท็กซี่ได้แล้ว แล้วอย่างนี้ ประชาชนจะหาความปลอดภัยได้จากที่ไหน

          การที่จะปล่อยให้ใครมาขับรถแท็กซี่ก็ได้ควรมีการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว เพราะอาชีพแท็กซี่ถือเป็นอาชีพที่เป็นหน้าตาของประเทศเหมือนกันในเวลาที่รับคนต่างชาติหากแท็กซี่ไปโกงเงิน หรือไปปล้นชาวต่างประเทศก็จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ หรือหากแท็กซี่ทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง ยิ่งเป็นการสร้างความเสียหายต่อคนไทยด้วยกันเอง ดังนั้นการที่จะอนุญาตปล่อยให้ใครมาขับรถแท็กซี่นอกจะจากจะต้องสอบใบอนุญาตขับรถแท็กซี่แล้ว เราควรจะต้องมีการสอบสัมภาษณ์โดยให้นักจิตวิทยา หรือหมอที่เป็นจิตแพทย์โดยตรง มาสัมภาษณ์คอยสังเกตพฤติกรรม ว่าคนที่จะมาทำอาชีพขับแท็กซี่จะเป็นคนในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อคนอื่นหรือไม่

ควรมีการติดตั้งเส้นทางการวิ่งรถของรถแท็กซี่ได้ เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าแท็กซี่มีการขับออกนอกเส้นทางหรือไม่ เหมือนอย่างที่ต่างประเทศเขาทำกัน เผื่อว่ามีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำงานได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ปัจจุบันการมาเป็นคนขับรถแท็กซี่ของไทยเราเป็นได้ง่ายมากสังเกตได้จากใบแสดงตัวที่ติดไว้ที่หน้ารถ คนขับรถแท็กซี่บางครั้งรูปที่ป้ายชื่อกับหน้าตาคนขับเป็นคนละคนกันก็มีให้เห็นออกบ่อยซึ่งยังไม่มีหน่วยงานไหนออกมาแก้ไขปัญหานี้ได้เลย